Home > สุขภาพ-ความงาม

การดื่มน้ำตอน “ท้องว่าง” จะส่งผลให้ร่างกายของคุณเป็นแบบนี้

การกินน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะ เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีในประเทศประเทศญี่ปุ่นขณะนี้ ได้รับความนิยมกินน้ำในทันทีภายหลังจากตื่นเช้าตรู่ (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพที่ดีมีการทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ แล้วก็สามารถรักษาโรคพวกนี้สำเร็จ100% (แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปจำเป็นต้องใช้ช่วงเวลา)ปวดศรีษะ ปวดเรียกตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้า หมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรคอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและก็ยูริก โรคเป็นพิษ อ้วกต่างๆโรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร เบาหวานโรคท้องผูก โรคตา โรคด้านในสตรี โรคมะเร็ง รอบเดือนเปลี่ยนไปจากปกติ โรคคอ หู จมูก วิธีการปฏิบัติ 1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) 2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ 3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว

Read More

เพียงแค่กินกล้วยในตอนเช้า 8 โรคร้ายแรงต่อไปนี้ จะหายไปโดยไม่ต้องกินยาหมอ

กล้วยที่คนไทยนิยมรับประทานมีมากมาย ประโยชน์ของกล้วยก็เช่นกันมีมากมาย บางคนถือเอากล้วยเป็นอาหารลดความอ้วน บางคนทำมาทานเป็นผลไม้ที่เหมาะกับการเป็นของว่าง แต่จริงๆ แล้วนั้นนอกจากความอร่อย ถูกปากคนไทย กล้วยยังมีประโยชน์ในเชิงโภชนาการ และสารอาหารอีกมากมายที่เรายังไม่เคยรู้ กล้วยคุณประโยชน์ที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งประโยชน์ของกล้วยนั้นมีหลายอย่าง ซึ่งหลายคนยังไม่เคยรู้ว่ากล้วยนอกจากมีรสชาติที่อร่อยและทานง่ายแล้ว ยังทำให้คุณสามารถหายจาก 8 โรคได้เพียงแค่คุณทานกล้วยในตอนเช้าเท่านั้นเอง 1. โรคโลหิตจาง กล้วยเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเหล็กนี่ล่ะที่จะไม่กระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ช่วยให้คนที่เป็นโรคโลหิตจางกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม 2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยได้ชื่อว่ามีโพแทสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ด้วยกัน จึงลดความดันได้ดีมากถึงขนาดที่องค์การอาหารของสหรัฐฯ โฆษณาให้ประชาชนที่เป็นโรคความดันทั้งหลายกินกล้วยให้มากๆ 3. โรคท้องผูก ท้องผูกเป็นเงื่อนตายของคุณจะถ่ายง่ายระบายคล่อง ถ้าได้ทานเส้นใยอาหารจากกล้วยมาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย 4. โรคซึมเศร้า อาการซึมเศร้ามักเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล แต่จากการวิจัยพบว่ากล้วยมีโปรตีนชื่อ ไทรโพโตแฟน ที่จะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายออกมา คนที่กินกล้วยจึงอารมณ์ดีขึ้น เลิกซึมเศร้าเสียที 5. อาการเมาค้าง กล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้งคือยาแก้เมาที่ได้ผลที่สุด เพราะคนเมากระเพาะจะปั่นป่วนกว่ายามปกติ กล้วยนี่ล่ะจะทำให้กระเพาะสงบลง ส่วนน้ำตาลจากน้ำผึ้งก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ส่วนนมก็ปรับระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุล คนเมาจึงรู้สึกสบายขึ้น 6. โรคเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ถ้าคนที่เป็นโรคเสียดท้องเพราะมีกรดเกินในกระเพาะได้กินกล้วยวันละผล จะรู้สึกได้เลยว่าท้องไส้เลิกร้องครวญครางเป็นปลิดทิ้ง 7. โรคลำไส้เป็นแผล แม้แต่หมอก็ยังแนะนำคนไข้ที่เป็นแผลในกระเพาะให้ทานกล้วย เพราะเนื้อที่นุ่มนิ่มของมันไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยังมีสรรพคุณเคลือบผนังลำไส้ ช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นด้วย 8. เส้นเลือดฝอยแตก วารสาร “The New England Journal of Medicine” ตีพิมพ์ผลการวิจัยว่าการกินกล้วยเป็นประจำ

Read More

สูตรลดพุงล้างไขมันในลำไส้ พุงยุบไวใน 3-7 วัน

โทษไขมันเกาะในร่างกาย+สูตรลดหน้าท้องล้างใส้ สาวๆที่สะสมไขมันไว้ในร่างกาย สะสมไว้ไม่ดีนะคะ วันนี้เราเลยมาแชร์ข้อมูลโทษของไขมันที่เกาะในร่างกายส่งผลอะไรกันมั่ง โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่เกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหาร หากสะสมมาจะทำให้เกิดข้อบกพร่องและเป็นผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น 1. ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย 2. เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ 3. ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว 4. ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย 5. ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด 6. ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมากๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า 7. ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก ฉะนั้นการดื่มตามสูตรนี้ นอกจากช่วยลดหน้าท้อง ยังส่งผลให้อาการป่วยทั้ง 7 ประการนี้หายไป ด้วย มาแชร์สูตรล้างลำใส้่กะทุ้งไขมันเกาะไว้กะเทาะกะแทะออกไปและยังช่วย ลดไขมันหน้าท้องได้อี๊กฉะน้าน เรามาป้องกันการเกิดไขมันเกาะในผนังลำไส้และก่อโรคอ้วน หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ เราจึงมีวิธีทำสูตรนี้มาแนะให้ทำกันค่ะ สูตรลดหน้าท้องนี้จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อยๆ

Read More

แค่กินกล้วยในตอนเช้า 8 โรคร้ายแรงต่อไปนี้ จะหายไปโดยไม่ต้องกินยา แถมจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปขนาดนี้ เช็คด่วน!

กล้วยที่คนไทยนิยมรับประทานมีมากมาย ประโยชน์ของกล้วยก็เช่นกันมีมากมาย บางคนถือเอากล้วยเป็นอาหารลดความอ้วน บางคนทำมาทานเป็นผลไม้ที่เหมาะกับการเป็นของว่าง แต่จริงๆ แล้วนั้นนอกจากความอร่อย ถูกปากคนไทย กล้วยยังมีประโยชน์ในเชิงโภชนาการ และสารอาหารอีกมากมายที่เรายังไม่เคยรู้ วันนี้สยามจะพาทุกท่านมาดูเกี่ยวกับโรคร้าย ที่แค่กินกล้วยก็สามารถหายได้เพียงแค่คุณทานกล้วยในตอนเช้าเท่านั้นเอง หลบ 8 โรคร้ายง่ายๆ ด้วยกล้วย 1. โรคโลหิตจาง กล้วยเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเหล็กนี่ล่ะที่จะไม่กระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ช่วยให้คนที่เป็นโรคโลหิตจางกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม 2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยได้ชื่อว่ามีโพแทสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ด้วยกัน จึงลดความดันได้ดีมากถึงขนาดที่องค์การอาหารของสหรัฐฯ โฆษณาให้ประชาชนที่เป็นโรคความดันทั้งหลายกินกล้วยให้มากๆ 3. โรคท้องผูก ท้องผูกเป็นเงื่อนตายของคุณจะถ่ายง่ายระบายคล่อง ถ้าได้ทานเส้นใยอาหารจากกล้วยมาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย 4. โรคซึมเศร้า อาการซึมเศร้ามักเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล แต่จากการวิจัยพบว่ากล้วยมีโปรตีนชื่อ ไทรโพโตแฟน ที่จะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายออกมา คนที่กินกล้วยจึงอารมณ์ดีขึ้น เลิกซึมเศร้าเสียที 5. อาการเมาค้าง กล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้งคือยาแก้เมาที่ได้ผลที่สุด เพราะคนเมากระเพาะจะปั่นป่วนกว่ายามปกติ กล้วยนี่ล่ะจะทำให้กระเพาะสงบลง ส่วนน้ำตาลจากน้ำผึ้งก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ส่วนนมก็ปรับระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุล คนเมาจึงรู้สึกสบายขึ้น 6. .โรคเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ถ้าคนที่เป็นโรคเสียดท้องเพราะมีกรดเกินในกระเพาะได้กินกล้วยวันละผล จะรู้สึกได้เลยว่าท้องไส้เลิกร้องครวญครางเป็นปลิดทิ้ง 7. โรคลำไส้เป็นแผล แม้แต่หมอก็ยังแนะนำคนไข้ที่เป็นแผลในกระเพาะให้ทานกล้วย เพราะเนื้อที่นุ่มนิ่มของมันไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยังมีสรรพคุณเคลือบผนังลำไส้ ช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นด้วย 8. เส้นเลือดฝอยแตก วารสาร "The New England Journal of Medicine" ตีพิมพ์ผลการวิจัยว่าการกินกล้วยเป็นประจำ สามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง

Read More

แชร์เก็บไว้เลย!! สูตรสมุนไพร “ล้างไต” ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย!! ทำง่ายๆแค่นี้!? ใช้เงินไม่ถึง 20 บาท!! [ชมคลิป]

สูตรสมุนไพรล้างไต ขับปัสสาวะ ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและขับออกพร้อมกับน้ำในรูปของปัสสาวะเนื่องจากไตและกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย และจะเกิดอาการผิดปกติ อาธิเช่น ปัสสาวะลำบาก เจ็บ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นฟองมาก หรือบางรายอาจจะปัสสาวะออกมาเป็นเลือดก็ว่าได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการกินอาหารรสจัด หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารมันๆเป็นประจำ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการดูแลและรักษาสุขภาพไตของเราให้ดีอยู่เสมอโดยสมุนไพรพื้นบ้านที่เราหาและทำเองได้ง่ายๆ จากหมอสมุนไพรชาวบ้าน ซึ่ง คุณบุญมี ผิงทอง หมอสมุนไพรชาวบ้านประจำตำบลประชาสุขสันต์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสูตรสมุนไพรบำรุงไต ขับปัสสาวะมา ต้องเตรียมสิ่งต่อไปนี้ 1. กระชาย 1 ขีด 2. หอมแดง 1 ขีด 3. ข่า 1 ขีด 4. ตะไคร้ 1 ขีด 5. ใบมะกรูด 1 ขีด 6. ใบมะนาว 1 ขีด 7. ใบสาระแหน่ 1 ขีด วิธีการทำ นำสมุนไพรทั้ง 7 ชนิดมาล้างให้สะอาด ใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำให้ท่วม ต้มให้เดือด จากนั้นนำมาดื่มให้หมดใน 1

Read More

10 ของกินที่เสี่ยงๆทำให้ผู้หญิง“ตกขาวเยอะ”

ตกขาวเยอะมากจนตกใจว่าภายในร่างกายเรามีโรคอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า แต่บางทีอาการตกขาวเยอะมากอาจเพราะสาว ๆ กินอาหารกระตุ้นตกขาวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อาการตกขาวเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนต้องเจอค่ะ เพราะเป็นกลไกที่ปกติของร่างกาย ยิ่งเวลาใกล้มีประจำเดือนตกขาวก็จะมีมากขึ้น เนื่องจากร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเล็กน้อยก่อนที่ประจำเดือนจะมา ทว่าสำหรับสาวคนไหนที่รู้สึกเหมือนตกขาวออกมามากเกินไป ลองสำรวจดูสิคะว่าคุณได้กินอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ หรือเปล่า 1.อาหารรสจัด สภาพความร้อนและอับชื้นเป็นแหล่งโปรดของเชื้อรา และอาหารรสจัดก็เป็นอาหารประเภทที่เพิ่มอุณหภูมิร่างกายได้ อีกทั้งยังอาจกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หรือในบางคนอาจก่อให้เกิดอาการลำไส้แปรปรวน ซึ่งหมายความว่าแบคทีเรียในกระเพาะอาหารเราเสียสมดุล จนอาจไปกระทบต่อสมดุลแบคทีเรียในช่องคลอดด้วยก็ได้ 2.ของหมักดอง ของหมักดองทุกชนิด ไม่เว้นแต่ปลาร้าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้นะคะ รวมไปถึงของคาวจัด ๆ อย่างพวกปลาเค็ม หรืออาหารทะเลด้วย ดังนั้นหากกินมากเกินไป ก็อาจทำให้มีอาการตกขาวเยอะขึ้น โดยตกขาวอาจมีสีเทาอ่อน มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคาวปลาเค็ม และอาจมีอาการระคายเคืองช่องคลอดร่วมด้วย 3. ผักกลิ่นแรง เช่น หัวหอม หน่อไม้ ซึ่งตามตำราแพทย์แผนจีนระบุว่า อาหารที่มีกลิ่นแรงอาจมีส่วนกระตุ้นให้อาการตกขาวกำเริบได้ง่าย ยิ่งหากอยู่ในช่วงที่กำลังรักษาอาการตกขาวอยู่ อาหารเหล่านี้ควรเลี่ยงให้ไกลเชียวค่ะ 4.อาหารมัน อาหารทอด สาว ๆ ที่มักจะชอบกินของทอด อาหารมัน ๆ อยู่บ่อย ๆ คงไม่วายจะน้ำหนักขึ้นหรือเรียกง่าย ๆ ว่าอ้วนแน่นอน ซึ่งภาวะอ้วนนี่แหละค่ะที่เป็นสาเหตุของอาการตกขาวมากผิดปกติได้หลายด้าน ทั้งการมีระดับไขมันในเลือดที่มากเกินไปซึ่งอาจทำให้ฮอร์โมนเพศแปรปรวนได้ง่าย อีกทั้งความอ้วนก็จะเพิ่มโอกาสในการอับชื้น โดยเฉพาะสาว

Read More

เช็คด่วน!! 13 สีปัสสาวะ บอก “โรคประจำตัว”อย่ามองข้าม!

วันนี้จะพาทุกคนไปสังเกตุถึงความผิดปกติทางร่างกายที่สามารถสังเกตได้จากสีปัสสาวะของเรานี่เอง ปัสสาวะแต่ละคนสีต่างกันนะจ๊ะในแต่ละวันร่างกายของคนเราต้องขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายหลากหลายทางและการปัสสาวะก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมันเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ปล่อยให้ปวดปัสสาวะมากๆจนทนไม่ไหวจึงไปเข้าห้องน้ำ พอเข้าไปก็รีบปัสสาวะให้เสร็จเร็วๆ โดยไม่เคยสนใจสังเกตุสีของปัสสาวะ คุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่าคะ หากใช่เราขอบอกเลยว่าสีปัสสาวะสามารถบอกถึงโรคได้หลายชนิด เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง สีใส : ถือว่าปกติ ดื่มน้ำเยอะ สีเหลืองน้ำชาแก่ : ดื่มน้ำน้อย สีเหลืองอ่อน : ปกติ สีเหลืองน้ำตาล/เหลืองเขียว : ดีซ่าน (โรคตับ/ท่อน้ำดี) สีเหลืองขมิ้น : ตับมีปัญหา สีเหลืองอำพันแดง : เม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดแตกสีขาวขุ่น : ทางเดินปัสสาวะอักเสบ, ท่อน้ำเหลืองอุดตัน, ติดเชื้อ มีตะกอนสีชมพู : โรคเก๊า มีไขสีขาวออกมาด้วย : ไตวาย มีน้ำตาลออกมาด้วย : เบาหวาน สีน้ำล้างเนื้อ : แผลทางเดินปัสสาวะ, นิ่ว ปัสสาวะเป็นเลือด : ไตอักเสบ, นิ่ว, มะเร็ง สีดำ : เม็ดเลือดแตก, มาลาเรีย, แพ้ยา เมื่อรู้ตัวว่าสีของปัสสาวะของตัวเองเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ ดังข้างต้นแล้ว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจนะคะ แนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดดีกว่า เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องและได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีเพราะฉะนั้นต่อไปเมื่อเข้าห้องน้ำปัสสาวะก็ลองตรวจสีปัสสาวะของเราด้วย เป็นการตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่ไม่ยุ่งยากหรือเสียเวลามาก ก็ทำให้เราสามารถป้องกันโรคเพื่อการมีสุขภาพที่ดีได้ค่ะ ทีมา;www.konpaktai.com

Read More

ดูไว้เลย! ใครชอบไอบ่อยๆ น้ำผึ้งกับหัวหอม รักษาอาการไอให้หายได้ในทันที พิสูจน์แล้ว ใช้ได้จริงๆ!

วิธีนี้ง่ายมากและในส่วนผสมของมันหาง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่มีสีสังเคราะห์ ที่จะนำสารพิษที่ก่อเกิดโรคแทรกซ้อนต่อสุขภาพ ส่วนผสมของ น้ำผึ้งกับหัวหอม เป็นยาแก้ไอธรรมชาติสูตรโบราณ ซึ่งใช้มานานหลายศตวรรษ!! ส่วนผสม 1. น้ำผึ้งธรรมชาติบริสุทธิ์ 2-3 ช้อนโต๊ะ 2. หัวหอมแดง 1 หัว วิธีทำ 1. ใช้มีดคมๆ ปอกเปลือกหัวหอมออกและตัดลงมาแต่ไม่ต้องให้ถึงด้านล่าง จากนั้นนำไปใส่ไว้ในชามก้นลึกเทน้ำผึ้งลงไปบนหัวหอมให้ทั่ว 2. ปล่อยทิ้งไว้ในเวลากลางคืนที่อุณหภูมิห้อง เช้าวันรุ่งขึ้นให้ใช้ที่กรองหรือผ้าก๊อซหนาๆ กรองไว้ตลอดวัน หลังจากนั้นให้บริโภคทันที คุณจะเริ่มหายใจสะดวกขึ้นและอาการไอของคุณจะได้รับการรักษาให้หายไป สรรพคุณทางยาของหอมหัวแดง ในหอมแดงอุดมด้วยวิตามิน และคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แถมยังเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ที่สำคัญ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ไม่ขึ้นลงวูบวาบ ด้วยความหลากหลายของตัวยาในหอมแดง ส่งผลให้มีสรรพคุณมากตามไปด้วย ข้อมูลจากสถาบันอภัยภูเบศรกล่าวถึงวิธีใช้ประโยชน์ของหอมแดงไว้ดังนี้ ไข้หวัด แก้หวัดคัดจมูก และช่วยลดน้ำมูก – ใช้หัวเล็กปอกเปลือกทุบพอแตก ห่อผ้าบางๆ วางไว้ตรงหัวนอน เพื่อให้กลิ่นหัวหอมเข้าจมูก ช่วยทำให้จมูกโล่ง สามารถบรรทาอาการหวัดได้ (วางไว้เวลาเด็กหลับ ) บรรเทาอาการท้องเดิน ท้องอืด/แน่น ขับลม นำมาซอยเป็นแว่น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ผื่นคัน ลดการอักเสบ – หอมแดงหัวเล็ก 4-5 หัว

Read More

หมอเองยังต้องแปลกใจ! หลังคนไข้ประจำป่วยโรคกระดูกเสื่อม หายหน้าไป 1 เดือนกลับมาตรวจใหม่ มวลกระดูกแน่นปึ้ก เผยยาสูตรวิเศษ ดื่มแล้วสบายตัว!

ลุกก็โอย...นั่งก็โอย ดูจะเป็นอาการของคนที่อายุเริ่มมากขึ้น โดยอวัยวะที่มักมีอาการปวดบวมส่วนใหญ่ มักเป็นบริเวณข้อที่ใช้รับน้ำหนักมากหรือเคลื่อนไหวมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง ข้อกระดูกคอ แต่ที่มากที่สุด เห็นจะเป็น ข้อเข่า ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีการกดกระแทกอยู่เป็นประจำ ส่วน ข้อสะโพก ก็เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขาที่ต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกายในขณะยืน เดิน วิ่ง นั่ง และนอน ที่หากผ่านการใช้งานนานๆ อาจเกิดการสึกหรอได้ การกินยาแผนปัจจุบันก็มีแต่สะสมพิษในร่างกาย ไปทำลายตับอีก วันนี้ทีมงานสยามนิวส์ เลยขอเอาเรื่องราวสุขภาพที่ ส่งผลดีล้วนๆ มาให้ลองนำไปใช้ดื่มกันดู แต่ก่อนอื่นเรามาฟังประสบการณ์ คนที่เคยใช้กันดูครับ เรื่องจริงจากผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อม “หมอเพชร” หรือ ดร. กฤษณา รัตนชาลี ศัลยแพทย์ด้านหัวใจ วัย 60 ต้นๆ เรียน จบแพทย์จากอังกฤษ และทำงาน ประจำอยู่ที่ต่างประเทศ เพิ่งบินกลับมาปฏิบัติธรรม ที่วัดเขาฯ เป็นครั้งแรก เล่าให้ฟังถึงเพื่อนหมอ ซึ่งไปตรวจที่ รพ.ศิริราช พบว่า เป็นโรคกระดูเสื่อมเฉียบพลัน

Read More

แยกให้ออก!! 10 ข้อแตกต่างระหว่าง “รัก” กับ “หลง” ที่ใครหลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

เรื่องราวของความรัก มักจะมาพร้อมกับความทุกข์หรือความสุขเสมอ จากเหตุผลร้อยแปด แต่ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรัก มันจะผ่านไปได้ด้วยดีเสมอทำให้ประคองกันไปได้ในระยะยาว แต่ถ้าเกิดจากความหลงล่ะ มันคงจบลงในระยะเวลาสั้นๆแน่นอน และวันนี้เราจะจะพาเพื่อนๆมารู้จักกับ 10 ความแตกต่างระหว่าง “รัก” กับ “หลง” ที่ใครหลายๆคนไม่เคยรู้มาก่อน จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า 1 .รัก คือ ความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย อยากให้อีกฝ่ายมีความสุข หลง คือ ความปรารถนาอยากให้อีกฝ่ายมาทำให้เรามีความสุข 2. รัก คือ การสนับสนุนเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน เป็นแรงผลักดันให้ฝันของอีกฝ่ายเป็นจริง หลง คือ การอยากให้อีกฝ่ายทำตามใจฉัน โดยไม่สนว่าเขาจะอยากทำหรือไม่ 3. รัก คือ การให้ ความสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ ไม่ต้องบังคับมาครอบครอง เพราะทั้งสองต่างอยากเป็นของกันและกัน หลง คือ การอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอยากให้เขามาเป็นของของเรา 4. รัก คือ การถามตัวเองอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้เราทั้งสอมีความสุข ให้ความสัมพันธ์ของเราราบรื่น ดำเนินไปด้วยดี หลง คือ การถามตัวเองว่า ฉันจะต้องได้ อะไรจากเขา ฉันจึงจะมีความสุข ต้องได้ดอกไม้ ต้องได้คำหวาน

Read More