Home > สุขภาพ

สูตรกระชาย + มะขามเปียก แก้ริดสีดวงทวาร หายขาด

ริดสีดวงทวาร คือ การที่เส้นเลือดดำ รอบๆทวารหนักเกิดการโป่งพองขึ้น ทำให้เกิดอาการริดสีดวงทวารขึ้น ซึ่งอาการเริ่มต้นจะมีตั้งแต่คันที่ปากทวารหนัก จนไปถึงเจ็บทวารหนักเวลาขับถ่าย หรือบางทีมีเลือดปนมากับอุจจาระ ลักษณะเป็นเลือดสดๆหลังการขับถ่าย จะว่าไปอาการค่อนข้างน่าตกใจน่ากลัวนะคะ ใครที่เคยเป็นคงทราบถึงความเจ็บปวดทุกทรมานกันดี สาเหตุที่เป็นนั้นส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการขับถ่าย หรืออาการท้องผูกเรื้อรัง ทำให้ต้องใช้กำลังในการเบ่งมาก จึงทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการโป่งพองจนกลายมาเป็นโรคริดสีดวงใน ที่สุด เมื่อเรารู้จักโรคริดสีดวงทวารกันแล้ว เราก็มารู้จักวิธีแก้หรือทางรักษากันบ้างนะคะ ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี วิธีที่1คือทานยา ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้สมุนไพรไทยเรานี่แหละ สมุนไพรไทยที่จะแก้อาการริดสีดวงทวารก็มากมายหลายสูตร และหลายชนิด อยู่ที่ว่าสูตรไหนชนิดไหนใช้รักษาอาการริดสีดวงทวารที่เป็นมากหรือเป็นน้อย แตกต่างกันไป ซึ่ง"กระชาย–มะขามเปียก"เป็นสูตรรักษาอาการริดสีดวงทวารที่เพิ่งจะเริ่มเป็นใหม่ๆ ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง และไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามารู้จักสมุนไพรชนิดนี้กันเลยค่ะ กระชาย หรือ BOESENBERGIA ROTUNDA (LINN) MANSF. อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เหง้าและราก มีน้ำมันหอมระเหย CINEOL BORNEOL ใช้แต่งกลิ่นอาหาร แก้บิด แก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากแตกระแหง "กระโปกกระชาย" ต้มรวมกับ หญ้าขัดมอญ ดื่มต่างน้ำชาบำรุงเลือดแก้กามตายด้าน มะขาม เป็น พืชที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา

Read More

ตายไม่รู้ตัว!! เช็คด่วน ใครที่ชอบกิน “ฝรั่งแช่บ๊วย” บ่อยๆดูไว้นะ มันส่งผลต่อร่างกายร้ายแรงขนาดนี้ แชร์ด่วน!!

สารภาพตามตรงว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบทานฝรั่งแช่บ๊วยมากๆ ด้วยส่วนด้านนอกที่มีรสหวานๆ บวกกับผงบ๊วยที่ยิ่งจิ้มยิ่งหยุดทานไม่ได้ อร่อยจนต้องขอบคุณคนที่คิดสูตรนี้ขึ้นมา แต่ที่ไหนได้ เจ้าฝรั่งแช่บ๊วยสุดอร่อยนี้ แอบแฝงไปด้วยอันตรานที่อาจเล่นเราถึงตายได้เลยทีเดียว ฝรั่งแช่บ๊วย เพชฌฆาตเงียบจากรถเข็นขายผลไม้ รถเข็นผลไม้ที่เป็นมิตรกับคนไทยมานานแสนนาน ทำให้เราได้บริโภคผลไม้อย่างสะดวกสบายในราคาสบายกระเป๋า แต่กลับถูกตรวจพบว่ารถเข็นผลไม้เหล่านี้เต็มไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์ สารปนเปื้อน แบคทีเรียโคลิฟอร์ม สีสังเคราะห์ เชื้อรา และสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากถึง 64% และส่วนใหญ่ดันพบในเจ้าฝรั่งแช่บ๊วยนี่แหละ โดยเฉพาะฝรั่งดองบ๊วยที่เป็นสีแดง สีเขียว ผลไม้ปนเปื้อน ให้โทษแก่ร่างกายอย่างไรบ้าง หากเราทานผลไม้ที่ปนเปื้อนเข้าไปในร่างกาย สามารถพบอาการได้หลายอย่าง แล้วแต่สารปนเปื้อนที่เราทานเข้าไป อาจมีอาการตั้งแต่ท้องเสีย ท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ไปจนถึงหูอื้อ มีไข้ หายใจขัด ร่างกายอ่อนแอ ต้านทานโรคได้น้อยลง และอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเมื่อทานสะสมเข้าไปเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ฝรั่งแช่บ๊วย หรือผลไม้รถเข็นทุกเจ้าจะไม่สะอาดถึงขั้นจะทำให้เราเสียชีวิต แต่เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง อาจเลือกซื้อจากเจ้าที่ค่อนข้างมั่นใจว่าสะอาด ถูกสุขลักษณะ หรือเปลี่ยนเจ้าไปเรื่อยๆ ไม่ทานผลไม้จากคนขายคนเดิมๆ ตลอดทุกวัน หรือถ้ามีเวลาจ่ายตลาด ซื้อผลไม้มาล้างและหั่นทางเอง จะมั่นใจได้มากที่สุดค่ะ เคล็ดลับการล้างผักผลไม้ เพื่อลดสารพิษ ยาฆ่าแมลง สารเคมีตกค้างต่างๆ 1.ล้างผักผลไม้ด้วยด่างทับทิม ช่วยลดปริมาณสารตกค้างในผักผลไม้ได้ 20-30% 2.ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชู ช่วยลดปริมาณสารตกค้างในผักผลไม้ได้

Read More

รีบเช็คด่วนเลย กับ 5 ผลไม้ ที่ให้ประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายคุณ

รีบเช็คด่วนเลย กับ 5 ผลไม้ ที่ให้ประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายคุณby Tok TokTak 18 September 2560 รีบเซ็คด่วนเลย กับ 5 ผลไม้ ที่ให้ประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายคุณ พบกันอีกแล้วนะครับผมอ้วนกลมครับว่านี้ผมมีเรื่องราวดีๆต่อร่างกายของเพื่อนๆ มาฝากกันนะครับ แต่ผมว่าเพื่อนๆหลายคนคงยังไม่รู้ว่าผลไม้ที่ผมจะนำมาฝากเพื่อนๆนั่นอย่างผลไม้ 5 ชนิด ที่ให้ประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากแถมยัง วิตามินต่างๆ หลายชนิด ผมคิดว่าเพื่อนๆก็คงอยากรู้กันแล้วใช้ไหมครับว่ามันมีอะไรกันบ้างไปดูเลย 1. มะละกอ กับ มะม่วง ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับการทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร และมะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย 2. แตงโม ช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันในเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมง จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของแตงโมอุดมด้วยคลอโรฟิลล์และเมล็ดยังอุดมด้วยวิตามินด้วย 3. องุ่น มีสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่าง ๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกายด้วย 4. สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น และสับปะรดยังช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อและช่วยกำจัดน้ำมูกด้วย 5. แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารในแอปเปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง

Read More

“ท้องร้องโครกคราก” ไม่ได้แปลว่า หิว แต่มันคือสัญญาณอันตราย

ความจริงแล้วเสียง ท้องร้องโครกคราก เป็นสัญญาณจากภายในร่างกายว่า คุณกำลังเป็น “โรคกระเพาะอาหารอักเสบ” หรือ “แผลในกระเพาะอาหาร” ซึ่งโรคนี้เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ความเครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นเองค่ะ เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยว่าวิธีรักษาจะต้องทำอย่างไรบ้าง 1.รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ 2. รับประทานอาหารอ่อนๆ 3.รับประทานอาหารจำนวนน้อย ๆ แต่ให้บ่อยมื้อ ไม่ควรรับประทานจนอิ่มมาก 4.หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของดอง น้ำอัดลม กาแฟ 5.งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด 6.งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน และยารักษาโรคข้อกระดูกอักเสบทุกชนิด 7.พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิธีรักษาโรคกระเพาะ หากเพื่อนได้อ่านวิธีการรักษาแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้นะคะ แค่ทำง่ายๆ คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงได้ค่ะ เดี๋ยววันหลังเจ๊จะหาเกร็ดความรู้มาฝากอีกนะคะ ทีมา;ok.thaiarcheep.com

Read More

#ควรรู้กับ !! 10 สมุนไพร สามารถช่วยรักษาและป้องกัน”โรคความดันโลหิตสูง”

  สวัสดีจร้าวันนี้ทางทีมงาน yimsod.com จะพาเพื่อนๆมาวิธีการรักษา กับ 10 สมุนไพรใกล้สามารถช่วยรักษาและป้องกัน “โรคความดันโลหิตสูง” รองเอามาทำกินกับอาหารก็ได้แก่ได้จริงหรือป่าวเพื่อนๆว่ายังไงจร้า 1. กระเทียม เจ้าสมุนไพรกลิ่นฉุนและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเรานิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่าง ๆ มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตสูงได้ดีเชียวละค่ะ แถมยังหาง่ายอีกด้วย โดยเรื่องนี้ถูกยืนยันโดยนักวิจัยจากออสเตรเลีย อย่างอาจารย์คาริน รีด อาจารย์ประจำคณะแพทย์เวชทั่วไป แห่งมหาวิทยาลัยอเดเลด ออสเตรเลีย ที่พบว่า สารสกัดจากกระเทียมสามารถลดความดันโลหิตลงได้ แต่ก็ควรเป็นหัวกระเทียมแก่นะคะ เพราะหากเป็นกระเทียมที่ยังอ่อนอยู่หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้วละก็ จะได้สรรพคุณไม่เทียบเท่ากับหัวกระเทียมแก่ค่ะ 2. ใบกะเพรา ใบกะเพราที่เรานิยมนำมันมาผัดกับเนื้อสัตว์ นอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารแล้วยังช่วยลดความดันโลหิดได้อีกด้วยละค่ะ ซึ่งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะนำให้ผู้ที่มีความดันสูงรับประทานใบกะเพราเป็นประจำ โดยวิธีการรับประทานใบกะเพราก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การนำใบมาเคี้ยวรับประทานกันสด ๆ นำไปคั้นแล้วผสมกับน้ำอุ่น นำไปตากแห้งเป็นใบชามาชงผสมกับชาและดอกคาโมมายด์ หรือจะนำไปผัดกับเนื้อสัตว์เป็นแล้วรับประทานเป็นกับข้าวก็ทำได้ทั้งนั้นเลย 3. กระเจี๊ยบแดง เจ้าดอกไม้สีแดงเข้มที่เรามักนิยมนำมาต้มเพื่อนำน้ำมาดื่มนี้ ถูกศึกษาและวิจัยจนพบว่าสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ เนื่องจากในกระเจี้ยบแดงมีสารแอนโธไซยานิน (anthocyanins) ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะไปช่วยเสริมสร้างให้หลอดเลือดแข็งแรง วิธีรับประทานกระเจี้ยบก็ไม่ยาก เพียงนำกลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบไปตากแห้งแล้วนำมาบดชงดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นประจำทุกวันก็จะทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ค่ะ 4. บัวบก คงเคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่าน้ำใบบกช่วยแก้อาการช้ำในได้ แต่จริง ๆ แล้วบัวบกไม่ได้มีสรรพคุณแค่นั้นนะ แต่ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย โดยเฉพาะสรรพคุณในลดความดัน โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะนำว่าการดื่มน้ำใบบัวบกเป็นประจำทุกวันทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ แถมเจ้าบัวบกนี้ยังช่วยทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น

Read More

ปวดร้อน!! กระเพาะอาหาร..เวลาหิวข้าว กระเพาะเป็นแผล ต้องรักษาด้วยกล้วยน้ำว้าดิบ

กล้วยน้ำว้า เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคกันอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี สำหรับกล้วยน้ำว้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามสีของเนื้อ คือ น้ำว้าแดง น้ำว้าขาว และน้ำว้าเหลือง คนไทยรับประทานกล้วยน้ำว้าทั้งผลสด ต้ม ปิ้ง และนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีกล้วยน้ำว้าดำ ซึ่งเปลือกมีสีครั่งปนดำ แต่เนื้อมีสีขาว รสชาติอร่อยคล้ายกล้วยน้ำว้าขาว สำหรับกล้วยตีบเหมาะที่จะรับประทานผลสด เพราะเมื่อนำไปย่าง หรือต้มจะมีรสฝาด แผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) คือ แผลที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น อาการที่พบได้บ่อยคือปวดท้อง มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร หรือการใช้ยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน เป็นต้น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดอาจทำให้อาการแย่ลงได้ แผลในกระเพาะอาหารพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หากปล่อยไว้แล้วไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ อันที่จริงแล้ว มีอีกหนทางในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารที่แสนง่าย ถูก และดี จะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ

Read More

อาจตายไม่รู้ตัว!! ห้ามกิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับ 2 สิ่งนี้เด็ดขาด เช็คด่วนแล้วจะหาว่า ไม่เตือน!

หากใครที่เคยได้ยินเรื่องอาหารที่ห้ามกินคู่กัน 1 ในนั้น ก็จะมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำอัดลม ที่เป็นของแสลงห้ามกินคู่กัน เพราะมันจะไปทำปฏิกริยาร่วมกันในกระเพาะ อาจจะทำให้ท้องอืด ปวดท้อง และถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เรื่องนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่วันนี้ มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงกับหนุ่มคนหนึ่งในประเทศจีน ที่เขาได้ทาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันเทศ และน้ำอัดลม จนทำให้เขามีอาการแบบนี้ ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน มีผู้ชายคนหนึ่งต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินเนื่องจากปวดท้องมาก หลังจากที่เขาได้สแกน X-ray หมอตรวจพบว่ากระเพาะของเขาขยายตัวขึ้นผิดปกติ จึงตัดสินใจต่อท่อเพื่อนำลมภายในกระเพาะออกมา และยังพบกับของเหลวที่เหนียวข้นและเศษอาหารติดอยู่ข้างใน! ชายหนุ่มบอกว่าก่อนนอนเขาได้ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันเทศ และน้ำอัดลม หลังจากนั้นเขานอนไม่หลับเพราะรู้สึกแน่นท้อง เช้าวันต่อมาเขาเริ่มรู้สึกปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหมอได้ยินดังนั้นจึงบอกว่า วัตถุดิบในบะหมี่สำเร็จรูปเมื่อผสมเข้ากับน้ำอัดลมจะทำให้ภายในกระเพาะอาหารเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก เส้นบะหมี่เมื่อรวมกันกับมันเทศจะทำให้เป็นเศษตะกอนที่เหนียวข้น และเป็นเพราะว่าในช่วงที่เราหลับกระเพาะและลำไส้จะทำงานช้าลง จึงทำให้เกิดแก๊สสะสมเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดภาวะกระเพาะขยายตัวเฉียบพลัน แต่ว่าบะหมี่สำเร็จรูปผสมน้ำอัดลม จะทำให้เป็นถึงขนาดนี้เชียวหรือ?   เราจึงทดลองนำบะหมี่สำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุงนำใส่ถุง แล้วเทน้ำอัดลมเข้าไปค่อยปิดถุงไว้ จากนั้นไม่นานถุงค่อยๆพองขึ้นจริงๆด้วย แถมยังขยายตัวจนถุงแทบจะระเบิดอยู่แล้ว! ลองอีกที นำบะหมี่สำเร็จรูปสองห่อกับน้ำอัดลมสองขวดผสมกัน แบ่งเป็นถุงสองถุง ดูผล จากนั้นถุงทั้งสองก็พองตัวจนกลายเป็นแบบนี้ เรื่องนี้ก็อย่าพึ่งด่วนสรุปนะค่ะ หลังจากที่เรื่องเหล่านี้ได้ถูกแชร์ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย และมีหลายคอมเม้นท์ที่น่าคิด อาทิเช่น กระเพาะคนเราไม่เหมือนกับถุงซิบที่ปิดสนิท เหมือนอย่างที่นำมาทดลอง เพราะเมื่อเรากินเข้าไปเราก็ต้องเรอออกมาอยู่ดี และที่สำคัญมันก็ต้องขึ้นอยู่กับระบบย่อยของเรา

Read More

มะเขือเปราะผักพื้นบ้าน..สรรพคุณไม่ธรรมดา

มะเขือเปราะ เป็นผักพื้นบ้านที่หลายๆคุ้นกันอยู่แล้ว เพราะนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู และเป็นเครื่องเคียงในอาหาร แถมยังใช้ตกแต่งจานอาหารให้ดูน่าทานด้วย นอกจากรสชาติที่เป็นที่ถูกปากแล้วมะเขือเปราะยังมีประโยชน์มากมายเลยค่ะ วันนี้ kaijeaw.com จะพาไปรู้จักมะเขือเปราะให้มากขึ้นค่ะ มะเขือเปราะผักพื้นบ้าน..สรรพคุณไม่ธรรมดา มะเขือเปราะหรือมะเขือเสวย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีขนสั้น ๆ ปกคลุมทั้งลำต้นและใบ ผลลักษณะกลมแป้น มะเขือเปราะมีหลากหลายพันธุ์ สีสันของผลก็จะแตกต่างกันเช่น พันธุ์ไวโอเลตคิง ผลมีสีม่วงปนขาว มะเขือเปราะคางกบผลสีเขียวเข้มลายขาว กลมรี ส่วนมะเขือเปราะพันธุ์ที่นิยมกินกันแพร่หลายที่สุดและจะกล่าวถึงในที่นี้ ก็คือมะเขือเปราะเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม เปลือกผลสีเขียวอ่อนมีริ้วสีขาว สรรพคุณของมะเขือเปราะ ราก - ใช้เป็นยาแก้อัณฑะอักเสบ ด้วยการใช้ 15 กรัม, หญ้าแซ่ม้า 15 กรัม และต้นทิ้งถ่อน นำมารวมกันต้มกับน้ำรับประทาน - ใช้เป็นยาแก้หอบหืด หลอดลมอักเสบ - ใช้แก้อาการปวดฟัน ด้วยการใช้ราก 15 กรัม นำมาต้มเอาน้ำอมในปาก - มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ - ช่วยขับลม ผล - ใช้เป็นยาลดไข้ - ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยในการขับถ่าย - ผลมีสรรพคุณเป็นยาขับพยาธิ - ช่วยลดการอักเสบ - ที่ประเทศอินเดียจะใช้น้ำต้มจากผลมะเขือเปราะเป็นยารักษาโรคเบาหวาน - ใช้เป็นยาช่วยขับลมชื้น แก้อาการปวดข้อเนื่องจากลมชื้นติดเกาะ

Read More

แพทย์เตือน!! สาวๆที่ชอบกินไก่ย่างบ่อยๆ ระวังเป็น “ซิสต์ ” ไม่รู้ตัว!! บอกเลยอันตรายกว่าที่คิด!!

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องระวังตัวให้มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตนเอง ทางด้านร่างกาย ผิวหน้า สุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ต้องรู้จักเลือกกันสักหน่อย วันนี้ทีมงานชิควาไรตี้นำสาระมาให้เหล่าผู้หญิงได้คอยระวังกันให้มาก โดยเฉพาะผู้หญิงท่านใดที่ชอบการกินปีกไก่มากๆ จะทำให้เสี่ยงเป็น “ซีสต์” ง่ายๆ โดยผู้หญิงรายหนึ่งได้เผยแพร่เรื่องราวของตนเองออกมาให้เตือนว่า “ไม่นานมานี้เพื่อนของฉันได้รับการผ่าตัด เพื่อเอาซีสต์ออก ซีสต์เต็มไปด้วยเลือดสีดำคล้ำ เธอคิดว่าเธอจะฟื้นตัวหลังการผ่าตัด แต่อาการกลับกำเริบขึ้นเพียงไม่กี่ เดือนหลังการผ่าตัด เธอไปพบนรีแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา คุณหมอถามคำถามที่ทำให้เธองง คุณหมอถามว่าเธอกินปีกไก่บ่อยใช่ไหม เธอก็ตอบว่า ใช่ และก็สงสัยว่า ทำไมเขาถึงรู้พฤติกรรมการกินของเธอ ” ไม่ดีเอามากๆเลยนะคะมาจะกินบ่อยมาเกินไป ชมคลิป ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากทั่วโลกบอกว่า ไก่ถูกฉีดด้วยสเตียรอยด์เพื่อเร่งการเจริญเติบโต เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนสำหรับใช้ทำอาหาร ไก่ถูกฉีดสเตียรอยด์ในลำคอหรือไม่ก็ที่ปีก ดังนั้นในชิ้นส่วนของไก่ที่กล่าวมานี้จึงเต็มไปด้วยสารสเตียรอยด์ที่มีความเข้มข้นสูง ปีกไก่อร่อยก็จริงแต่ถ้าทานมากๆก็มีโทษเยอะได้นะจ๊ะ แบบนี้ก็อย่าลืมนำไปปฎิบัติตาม อย่างเคร่งครัดด้วยนะจ๊ะ ในช่วงแรกๆทานแล้วอร่อยไม่มีอาการใดๆเกิดขึ้นก็จริง แต่พอสะสมไปมากๆเข้าจะส่งผลเสียแก่ร่างกาย เคล็ดลับดีๆแบบนี้ก็อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนผู้หญิงได้รับรู้ข้อมูลกันนะจ๊ะ ทีมา;chicvariety.com

Read More

เหลือเชื่อ! กินข้าวโพดต้มทุกวันช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ แต่ต้องกินให้ถูกวิธีตามนี้ เซฟเก็บไว้เลย! (เกิดมาเพื่อฆ่ามะเร็ง)

เหลือเชื่อ! กินข้าวโพดต้มทุกวันช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ แต่ต้องกินให้ถูกวิธีตามนี้ เซฟเก็บไว้เลย! (เกิดมาเพื่อฆ่ามะเร็ง) เหลือเชื่อ! กินข้าวโพดต้มทุกวันช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ แต่ต้องกินให้ถูกวิธีตามนี้ เซฟเก็บไว้เลย! (เกิดมาเพื่อฆ่ามะเร็ง) 7 ก.ย. 2560 เวลา 18:29 น. ทางออกหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กัน ก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่มีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง มีสารออกฤทธิ์ล้างพิษของพวกอนุมูลอิสระตัวอันตรายต่อเซลล์อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แต่ก็เจอมากมายในผลไม้ ส่วนในข้าวโพดก็มีเช่นกัน แต่ต้องทานให้ถูกวิธี ดังนี้ ผักผลไม้เมื่อทานสดๆจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารได้ดีกว่าการผ่านความร้อน แต่ทฤษฎีนี้จะใช้กับข้าวโพดไม่ได้ เพราะเจ้าข้าวโพดหวานนี้จะมีสรรพคุณสามารถต้านโรคมะเร็งมากขึ้นเมื่อนำไปผ่านความร้อนก่อนอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีสารล้างพิษมากกว่าผักผลไม้อื่นๆ ซะด้วย นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐอเมริกา รายงานผลการวิจัยลงในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่า…. “ข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้ว จะออกฤทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน” ข้าวโพดหวานเป็นพืชที่แม้ปรุงสุกแล้ว ก็ยังคงมีคุณค่าเป็นตัวล้างพิษได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าการให้ความร้อนจะทำให้เสียวิตามินซีไปบ้าง ก็ตามที แต่เราก็ไม่ได้หวังวิตามินซีจากข้าวโพดเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะประโยชน์ที่มีมากกว่านั้น ก็คือ “การกินข้าวโพดเพื่อต้านมะเร็ง” มาลองดูการทดลองที่ว่านี้กันเลย… นักวิจัยทำการทดลองด้วยการต้มข้าวโพดหวานด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน 10, 25, และ 50 นาที ผลปรากฎว่า….ยิ่งต้มนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มีสารซึ่งเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น โดยเวลาการต้มที่มาขึ้น ทำให้มีสารซึ่งเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นมากขึ้น 22, 44 และ

Read More