Home > ข่าวทั่วไทย > หนุ่มสารคาม ทิ้งงาน ทิ้งเงินเดือนเฉียดแสน หันทำ “เกษตรสวนทาง” คืนถิ่นเกิด ได้สุขภาพ ได้ความสุข

หนุ่มสารคาม ทิ้งงาน ทิ้งเงินเดือนเฉียดแสน หันทำ “เกษตรสวนทาง” คืนถิ่นเกิด ได้สุขภาพ ได้ความสุข

คุณมงคล เล่าให้ฟังว่า ปี 2543 หลังจบ ม.6 ได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ (สาขาวิชาประมง) ระหว่างเรียน ปวส. 2 ได้มีบริษัทมาคัดเลือกให้เข้าทำงานกับบริษัท ด้วยสถานะการเงินทางบ้านขณะนั้นก็ไม่ค่อยดีนัก แม้จะอยากเรียนต่อเพียงใดก็ตาม ด้วยไม่อยากเป็นภาระของพ่อแม่ เพื่อหวังต้องการปลดหนี้ปลดสินให้พ่อแม่ ส่งน้องเรียน และอยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น หลังจากเรียนจบ ปวส. จึงได้ตัดสินใจเข้าทำงานกับบริษัท ทำงานอยู่เมืองไทยได้ 4 ปีกว่า ทางบริษัทต้องการขยายกำลังการผลิตที่ต่างประเทศ จึงได้รับการทาบทามให้ไปทำงานที่ประเทศอินเดีย

ปี 2547-2557 ทำงานอยู่ที่ประเทศอินเดีย ประมาณ 10 ปี ระหว่างนี้ประสบปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ได้แก่ โรคภูมิแพ้ ทำให้น้ำมูกไหลตลอดเวลา ต้องกินยาแก้แพ้แก้หวัดอยู่ตลอด ปัญหาโรคกรดไหลย้อน ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แน่นหน้าอก อาการโรคกระเพาะอาหารและโรคริดสีดวงทวารและความเครียด จึงได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย ยอมทิ้งเงินเดือน ประมาณ 85,000 บาท กลับมาทำการเกษตรที่ตัวเองรักที่บ้านเกิด

 

ปี 2558 มีนาที่ซื้อไว้หลายแปลง แปลงนี้พื้นที่ 9 ไร่ ได้ปรับมาทำในรูปแบบไร่นาสวนผสม โดยคิดว่าตัวเองก็จบเกษตร พอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง น่าจะทำได้ไม่ยาก ปรากฏว่าปีแรกขาดทุนย่อยยับ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากปลูกไผ่และปลูกกล้วยหอมทอง เนื่องจากแล้งมาก ไผ่ก็ไม่ค่อยออกหน่อ กล้วยหอมทองก็ไม่ยอมโต ปลูกมะนาว ใบก็ไม่ค่อยเหลือ หนอนกินใบหมด ดูแลไม่เป็น ตายในที่สุด

เกษตรกรปราดเปรื่องระดับอำเภอเยี่ยมชมฟาร์ม
ทำนาปลูกข้าวหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวสินเหล็ก ข้าวเหนียวลืมผัว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวเหนียวเหลืองอ่อน ข้าวเหนียวดำ ข้าวหอมนิล ข้าวญี่ปุ่น ข้าวเหนียว กข 6 ก่อนนั้นพ่อแม่ทำนาได้ผลผลิตปีละเกือบ 100 กระสอบ พอตัวเองมาทำ ได้แค่ 3 กระสอบ

จากนั้นตัดสินใจ เอาเป็ดไข่มาเลี้ยง 35 ตัว ปรากฏว่า ได้กินได้ขายไข่ น่าจะได้เงินดี และเลี้ยงง่ายมาก จึงเลี้ยงเพิ่มอีกร้อยกว่าตัว รวมเป็น 140 ตัว ช่วงแรกขายดีมาก แม่ค้ารับไม่อั้น แต่หลังจากนั้น ปรากฏว่าช่วงกลางวันหมามาไล่กัดเป็ด ตกกลางคืนแมวป่าก็ออกมากวน เป็ดที่เคยไข่ดก ตกใจก็ออกไข่น้อยลง เลยต้องเลิกเลี้ยง ยอมขายเป็ดขาดทุน

วิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางแก้ไข

จากปัญาหาต่างๆ ที่ผ่านมา คิดว่าต้องหาคนที่เก่ง และประสบความสำเร็จในอาชีพที่ทำการเกษตร เพื่อจะนำความรู้มาพัฒนาสวนของตัวเอง ซึ่งมีศูนย์เรียนรู้ ปราชญ์ชาวบ้าน หนังสือ โทรทัศน์ และโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ

อาจารย์ท่านหนึ่ง บรรยายเกี่ยวกับเรื่อง การทำเกษตร “สวนทาง” ซึ่งโดนใจและกระแทกใจตัวเอง สามารถตอบโจทย์ การทำเกษตรของตัวเองได้อย่างมาก จึงขอเข้าไปกราบขอความรู้ฝากเนื้อฝากตัว และฝึกการทำเกษตรที่สวนของอาจารย์เป็นระยะเวลาหนึ่ง

นำสินค้าไปจำหน่ายที่ตลาดพอเพียง มมส. เพื่อชุมชน ทุกวันพุธ
ปี 2559 (ทำการเกษตร ปีที่ 2) เริ่มต้นทำเกษตรโดยใช้หลักแนวคิดการทำเกษตรสวนทาง เปลี่ยนการทำเกษตรรูปแบบใหม่ที่สวนตัวเอง “เกษตรสวนทาง คือสวนแนวคิด สวนชนิดพืชที่ปลูก สวนทั้งวิธีการ สวนกระแสราคากลไกของตลาด” ซึ่งมี 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ทำเพื่อเรียนรู้ก่อน ปลูกน้อยๆ เรียนรู้ ข้อดี ข้อด้อย โรคแมลงต่างๆ

ขั้นที่ 2 ฝึกทำนอกฤดู หรือทำให้ออกในช่วงแพง ถ้าทำได้ ค่อยขยายเพิ่ม

ขั้นที่ 3 ทำเพื่อขายผลพลอยได้ เช่น ขายเมล็ดพันธุ์ ขายกิ่งพันธุ์ หรือแปรรูปขาย

หลังจากที่นำหลักแนวคิดเกษตรสวนทางมาใช้ ก็เริ่มมีรายได้เข้ามาในสวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนผลผลิตและกิ่งพันธุ์ไม่พอขาย พืชในสวนจะปลูกไว้หลากหลายชนิด เน้นพืชที่แปลก เพื่อขายกิ่งพันธุ์ พืชที่น่าจะทำออกนอกฤดูได้ง่ายและพืชที่คนอื่นยังปลูกไม่มาก ซึ่งจะเน้นพืชอยู่ 4 ชนิด คือ

ผลมะเดื่อฝรั่ง
มะเดื่อฝรั่ง หรือ Figs ซึ่งผลของมะเดื่อฝรั่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาทิ สร้างภูมิต้านทาน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีกรดอะมิโนที่จำเป็น มีแคลเซียมสูง และที่สำคัญไม่มีโซเดียม ปัจจุบัน มีอยู่ 50 วงบ่อ หลากหลายสายพันธุ์ และกำลังเร่งขยายให้ได้ 100 วงบ่อ เพราะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ราคากิโลกรัมละ 100 บาท หรือผลละ 10 บาท กิ่งตอน กิ่งละ 150 บาท กิ่งตอนลงกระถาง 250 บาท

หม่อนกินผล ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น บำรุงหัวใจ บำรุงสายตา สร้างภูมิต้านทาน แก้ภูมิแพ้ บำรุงรักษาตับไตพร่อง แก้ข้อเท้าเกร็ง บำรุงผมให้ดกดำ เป็นต้น พันธุ์ที่ปลูก ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ หรือแม่ลูกดก, ลูกผสมแม่ลูกดกกับบุรีรัมย์ 100 ต้น และสายพันธุ์จากต่างประเทศ เช่น พันธุ์ดำออสตุรกี, แบล็กออสเตรเลีย, หิมาลายันขาว, ไต้หวันสตรอเบอรี่, ขาวเยอรมัน, ขาวยาวปากีสถาน, หม่อนมังกร, เลทคิงส์ ราคาขายผลหม่อน กิโลกรัมละ 100-200 บาท ขายย่อยแพ็กละ 20 บาท กิ่งพันธุ์ (ชำ) 3 ต้น/100 บาท ต้นโตใส่กระถาง ต้นละ 150-700 บาท

ผลมะเดื่อฝรั่งและผลหม่อน
ฝรั่ง ได้แก่ พันธุ์ฝรั่งหวานพิรุณ และฝรั่งกิมจู รวมประมาณ 100 ต้น
ไผ่ ได้แก่ ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เบอร์ 2 และ เบอร์ 3 จำนวน 30 กอ และไผ่ตงลืมแล้ง 40 กอ ยังได้ผลิตน้ำไผ่เพื่อสุขภาพขายด้วย
นอกจากนี้ ยังมี น้อยหน่าไร้เมล็ด ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรที่มาเยี่ยมสวนเป็นจำนวนมาก กำลังเร่งขยายพันธุ์เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ มะขามเทศพันธุ์ต่างๆ สะเดาทะวาย หมากเม่า กล้วย มะม่วง และพันธุ์ไม้อื่นๆ ทั้งเป็นพันธุ์จากต่างประเทศ และพันธุ์แปลกๆ ปลูกผสมผสานไว้ในสวน หลังจากได้นำหลักการและแนวคิดเกษตรสวนทางมาใช้ ก็เริ่มมีรายได้เข้าสวนมากขึ้น และมีผู้มาขอเยี่ยมชมสวน ขอความรู้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

กิ่งพันธุ์หลายชนิดพร้อมจำหน่าย
คุณมงคล บอกอีกว่า จากอดีตมีปัญหาสุขภาพ ภายหลังจากทำสวน ได้รับประทานผลไม้หลากหลายชนิดในสวนได้ออกกำลังกาย ได้อากาศบริสุทธิ์ ทำให้ขณะนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรปราดเปรื่องในอำเภอและจังหวัด รวมทั้งได้รับความรู้เพิ่มเติมจากเกษตรอำเภอ ทำให้มีความรู้มากขึ้น ได้รับการคัดเลือกให้เป็น young smart farmer ของจังหวัดมหาสารคามด้วย

จะเห็นว่าอาชีพการเกษตรนั้นทำไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจและศึกษาหาความรู้จากช่องทางต่างๆ ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจสอบถามได้ที่ โทร. (099) 939-6130 Id Line : มงคล@กันทรวิชัย Facebook : สวนเกษตรเพชรมงคล มหาสารคาม

ที่มา:truststoreonline.com

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *